วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559
ต้นวาสนา (Dracaena)
ชื่อวิทยาศาสตร์:
Dracaena
fragrans (L.) Ker-GawI.
ชื่อสามัญ:
Cape
of Good Hope, Dracaena
ชื่ออื่น:
ประเดหวี
มังกรหยก (กรุงเทพฯ)
วงศ์:
AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด
:
เอธิโอเปีย
ไนจีเรีย กินี
ฤดูการออกดอก
:
ช่วงฤดูหนาว
ประมาณเดือน พ.ย.
- ม.ค.
เวลาที่ดอกหอม
:
ช่วงเย็นถึงมืด
หรือช่วงที่มีอากาศเย็น
ลักษณะของต้นวาสนา
-
จัดเป็นไม้พุ่ม
ตั้งแต่ขนาดกลาง ถึง ขนาดใหญ่
-
สูงประมาณ
5-10
เมตร
-
ลักษณะใบ
เดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่ที่ปลายยอด
ปลายใบแหลม
-
แผ่นใบหนา
สีเขียวมีลาย สีเหลือง สีขาว
-
ดอกวาสนามีสีขาว
ถึง ชมพู มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อ
-
ช่อดอกยาวประมาณ
45-50
เซนติเมตร
-
ออกดอกในฤดูหนาว
-
ผล มีลักษณะ
ทรงกลมถึงรี สีส้ม แดง เหลือง
-
มีเมล็ด 1-3
สีขาวถึงน้ำตาล
การดูแลรักษา
แสง
ต้องการแสงแดดอ่อนรำไรจนถึงแสงแดดจัดหรือกลางแจ้ง
อุณหภูมิ 18–24
องศาเซลเซียส
น้ำ
ปริมาณน้ำปานกลางถึงมาก
ควรให้น้ำ 5-7
วัน/ครั้ง
ต้องการความชื้นสูง
ดิน
ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย
มีความชื้นปานกลางจนถึงสูง
ปุ๋ย
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
อัตรา 0.5-1
กิโลกรัม/ต้น
ควรใส่ปีละ 5-6
ครั้ง
การขยายพันธุ์
วิธีที่นิยมและได้ผลดีคือ
ปักชำ
ประโยชน์ของต้นวาสนา
ต้นวาสนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
มีใบสวยงาม เวลาออกดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อน
ๆ นิยมนำมาเป็นไม้ประดับประจำบ้าน
นอกจากนี้คนไทยโบราณเชื่อว่า
หากปลูกต้นวาสนาไว้ในบ้าน
และดูแลอย่างดี จนต้นวาสนาออกดอก
จะช่วยให้คนในครอบครัวนั้นได้รับโชคลาภ
ต้นวาสนานี้จัดเป็นไม้มงคลที่ขึ้นชื่อ
อีกทั้งยังมีชื่อต้นที่เป็นมงคล
จึงเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ใคร
ๆ ต่างนิยมปลูกเพื่อเสริมโชคลาภตามความเชื่อนั่นเอง
-
ใบ แก้ปวดท้อง
-
ราก
บรรเทาอาการปวดในการคลอดบุตร
ความเชื่อโบราณ
ต้นวาสนา
ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย
ถ้าหากใครก็ตามสามารถปลูกต้นวาสนาได้สวยงามและออกดอกได้
เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวังดังที่ต้องการ
สำหรับต้นวาสนาอธิษฐานไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร
เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทางใบ
ให้ปลูกในวันอังคาร ถ้าจะ
ให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นสภาพสตรี
เพราะวาสนาอธิษฐานเป็นชื่อที่เหมาะสมกับสุภาพสตรีนั่นเอง
วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันลอยกระทง 58
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายนตามปฏิทินสุริยคติบางปีเทศกาลลอยกระทงก็จะมาตรงกับเดือนตุลาคมด้วย เช่นปีพ.ศ. 2544วันลอยกระทงปีนั้นตรงกับวันที่31ตุลาคมและจะมาตรงกันอีกครั้งในปีพ.ศ. 2563ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป นอกจากนี้บางประเทศก็มีเทศกาลลอยกระทงด้วย เช่น ประเทศลาวมักจะลอยกระทงในวันออกพรรษา(ขึ้น15ค่ำ เดือน11)ในงานไหลเฮือไฟของลาว ประเทศกัมพูชา มีการลอยกระทง 2 ครั้ง คือลอยกระทงของหลวงกลางเดือน 11 ส่วนราษฎรทำกระทงเล็กและบรรจุอาหารไปด้วย ส่วนกลางเดือน 12 จะมีกระทงของหลวงเป็นกระทงใหญ่ ราษฎรจะไม่ได้ทำและกระทงนี้จะมีอาหารบรรจุลงไปด้วย โดยมีคติว่าเพื่อส่งส่วนบุญไปให้เปรต เทศกาลน้ำจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการแข่งเรือยาว การแสดงพุลดอกไม้ไฟ จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ จนถึงแรม 1 ค่ำ เดือนพฤศจิกายน ประเทศเมียนมาร์







